บริการประชาชน

บริการประชาชน

SANDBOX PROGRAMME

 

คุณสมบัติของผู้ที่จะสามารถเดินทางเข้าประเทศไทย โดยโปรแกรม Sandbox

  1. ผู้เดินทางจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่ผู้ผลิตวัคซีนกำหนดอย่างน้อย 14 วัน ก่อนออกเดินทาง โดยจะต้องแสดงเอกสารยืนยันว่าได้รับการฉีดวีคซีน
  2. กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน สามารถเดินทางพร้อมกับผู้ปกครองที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนได้
  3. ผู้เดินทางจะต้องเดินทางจากประเทศที่ได้รับอนุญาต (เยอรมนีได้รับอนุญาต) โดยต้องพำนักในประเทศดังกล่าวอย่างน้อย 21 วัน ก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • สามารถดูรายละเอียดและซื้อประกันสุขภาพที่ครอบคลุมการรักษา COVID-19 ในไทยได้ที่ https://covid19.tgia.org/
  • สามารถดูรายชื่อโรงแรม SHA+ ได้ที่ https://www.thailandsha.com/shalists/

 

PHUKET

 

เอกสารที่ต้องเตรียม

  1. หนังสือเดินทาง
  2. เอกสารรับรองการฉีดวัคซีนโควิด 19 โดยสำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีน 2 เข็มต่างบริษัท จะต้องมีระยะห่างตามที่บริษัทผู้ผลิตเข็มแรกกำหนด และต้องเป็นวัคซีนที่ได้รับการรับรองจาก WHO หรือกระทรวงสาธารณสุขไทย
  3. บัตรโดยสารเครื่องบินระหว่างประเทศ โดยต้องบินตรงจากต่างประเทศไปยังภูเก็ต (ไม่สามารถเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิได้)
  4. เอกสารยืนยันการจองโรงแรม SHA+ ในรูปแบบ SHABA Certificate จำนวน 14 คืน 
    • โรงแรมแรกต้องอยู่ไม่ต่ำกว่า 7 คืน
    • อีก 7 คืน สามารถอยู่ได้อีกอย่างมากอีก 2 โรงแรม (รวมสูงสุดไม่เกิน 3 โรงแรม) ในภูเก็ต
    • หากอยู่ในไทยไม่ถึง 14 วัน โดยต้องมีตั๋วเครื่องบินขาออกจากสนามบินภูเก็ตไปต่างประเทศมาแสดง
  1. หลักฐานการชำระเงินค่าตรวจโควิด-19 ล่วงหน้าตามจำนวนวันที่พักใน Sandbox Programme ทั้งหมด 3 ครั้ง (สำหรับพำนัก 14 คืน)
  2. ประกันสุขภาพที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในประเทศไทย รวมถึงโควิด-19
    ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ และครอบคลุมระยะเวลาที่พำนักในไทย

ผู้เดินทางจะต้องลงทะเบียนเพื่อขอรับหนังสือเดินทางเข้าประเทศไทย (Certificate of Entry – COE)
ทางเว็บไซต์ coethailand.mfa.go.th สำหรับชาวต่างชาติจะต้องมีการตรวจลงตรา (วีซ่า) ก่อนทำการลงทะเบียน COE หากชาวต่างชาตินั้นไม่ได้เดินทางเข้าประเทศไทยโดยใช้สิทธิการได้รับยกเว้นการตรวจลงตรา (วีซ่า)

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ขั้นตอนการดำเนินการขอ COE

เมื่อเดินทางถึงจุดหมาย

  1. ติดตั้งระบบติดตามหรือ application ตามที่กำหนด เช่น ThailandPlus
  2. เดินทางจากสนามบินภูเก็ตไปยังโรงแรม SHA+ โดยรถของโรงแรมที่จองไว้แล้ว
  3. เข้ารับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ตามวันที่กำหนด จำนวน 3 ครั้ง (กรณีอยู่ภูเก็ต 14 วัน) โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
  4. ต้องอยู่ในภูเก็ตไม่น้อยกว่า 14 วัน จึงจะสามารถเดินทางไปจังหวัดอื่น ๆ ในประเทศไทยได้

 

วันที่ 0 หรือ 1: 

 

วันที่ 0 หรือ 1:

 

วันที่ 6–7:

 

หากต้องการ

 

วันที่ 12-13: 

 

วันที่ 15 :

ตรวจเชื้อ
RT-PCRครั้งแรกที่สนามบินภูเก็ต

 

 

เช็คอินโรงแรม SHA +
หากผลตรวจเป็นลบผู้เดินทางสามารถเดินทางท่องเที่ยวใน จ. ภูเก็ต ได้

 

ตรวจเชื้อRT-PCRครั้งที่ 2

 

สามารถย้ายไปโรงแรม SHA+ แห่งอื่นในภูเก็ตได้

 

 

 

ตรวจเชื้อ RT-PCRครั้งที่ 3

 

 

สามารถเดินทางไปยังจังหวัดอื่นๆได้

 

phuket-sb_entry_th

 

 

PHUKET EXTENSION (7+7)

 

เอกสารที่ต้องเตรียม

  1. หนังสือเดินทาง
  2. เอกสารรับรองการฉีดวัคซีนโควิด 19 โดยสำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีน 2 เข็มต่างบริษัท จะต้องมีระยะห่างตามที่บริษัทผู้ผลิตเข็มแรกกำหนด และต้องเป็นวัคซีนที่ได้รับการรับรองจาก WHO หรือกระทรวงสาธารณสุขไทย
  3. บัตรโดยสารเครื่องบินระหว่างประเทศ โดยต้องบินตรงจากต่างประเทศไปยังภูเก็ต (ไม่สามารถเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิได้)
  4. เอกสารยืนยันการจองโรงแรม SHA+ ในรูปแบบ SHABA Certificate จำนวน 14 คืน (หรือน้อยกว่า หากอยู่ในไทยไม่ถึง 14 วัน)
    • โรงแรมแรกต้องอยู่ไม่ต่ำกว่า 7 คืน
    • อีก 7 วัน สามารถย้ายไปพักในพื้นที่อื่นที่ได้รับอนุญาตได้ โดยเมื่อเลือกพื้นที่แล้ว ภายใน 7 วันห้ามย้ายข้ามไปพื้นที่อื่น
      • พื้นที่ 1: จ. สุราษฎร์ธานี เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า (โดยเที่ยวบินตรง Phuket-Samui และสามารถเลือกพักภายในพื้นที่นี้ ได้อีก 2 โรงแรม
      • พื้นที่ 2: จ. กระบี่ เกาะพีพี เกาะไหง และ ไร่เล (โดยทางเรือจากท่าเรืออ่าวปอ หรือท่าเรือรัษฎา และสามารถเลือกพักภายในพื้นที่นี้ ได้อีก 2 โรงแรม)
      • พื้นที่ 3: จ. พังงา เขาหลัก (โดยทางรถ และสามารถเลือกพักภายในเขาหลัก ได้อีก 2 โรงแรม)
      • พื้นที่ 4: จ. พังงา
        • พื้นที่ 4.1: เกาะยาวน้อย (โดยทางเรือจากท่าเรืออ่าวปอ, ท่าเรืออ่าวปอ แกรนด์ มารีน่า และ ท่าเรือบางโรง ไปยัง ท่าเรือมาเนาะ และสามารถเลือกพักภายในเกาะยาวน้อยได้อีก 2 โรงแรม)
          หรือ
        • พื้นที่ 4.2: เกาะยาวใหญ่ (โดยทางเรือจากท่าเรืออ่าวปอ, ท่าเรืออ่าวปอ แกรนด์ มารีน่า และ ท่าเรือบางโรง ไปยัง ท่าเรือช่องหลาดและบ้านแหลมใหญ่ และสามารถเลือกพักภายในเกาะยาวใหญ่ได้อีก 2 โรงแรม)

      ไม่สามารถย้ายโรงแรมระหว่างเกาะยาวน้อยและเกาะยาวใหญ่ได้  แต่สามารถข้ามไปเที่ยวอีกเกาะระหว่างวันได้ (day trip)

  1. หลักฐานการชำระเงินค่าตรวจโควิด-19 ล่วงหน้าตามจำนวนวันที่พักใน Sandbox Programme ทั้งหมด
    2 ครั้ง ที่ภูเก็ต และ อีก 1 ครั้ง ในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต (รวมทั้งหมด 3 ครั้ง สำหรับการพำนัก 14 คืน)
    จากระบบ
    PSAS https://www.thailandpsas.com/
  2. ประกันสุขภาพที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในประเทศไทย รวมถึงโควิด-19
    ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ และครอบคลุมระยะเวลาที่พำนักในไทย

ผู้เดินทางจะต้องลงทะเบียนเพื่อขอรับหนังสือเดินทางเข้าประเทศไทย (Certificate of Entry – COE)
ทางเว็บไซต์ coethailand.mfa.go.th สำหรับชาวต่างชาติจะต้องมีการตรวจลงตรา (วีซ่า) ก่อนทำการลงทะเบียน COE หากชาวต่างชาตินั้นไม่ได้เดินทางเข้าประเทศไทยโดยใช้สิทธิการได้รับยกเว้นการตรวจลงตรา (วีซ่า)

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ขั้นตอนการดำเนินการขอ COE

เมื่อเดินทางถึงจุดหมาย

  1. ติดตั้งระบบติดตามหรือ application ตามที่กำหนด เช่น ThailandPlus
  2. เดินทางจากสนามบินภูเก็ตไปยังโรงแรม SHA+ โดยรถของโรงแรมที่จองไว้แล้ว
  3. เข้ารับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ตามวันที่กำหนด จำนวน 2 ครั้ง ที่ภูเก็ต และ ครั้งที่ 3 ในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
  4. ต้องอยู่ในภูเก็ตไม่น้อยกว่า 7 วัน จึงจะสามารถเดินทางไปพื้นที่อื่นที่ได้รับอนุญาตได้
  5. ต้องอยู่ในภูเก็ตและพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 14 วัน จึงจะสามารถเดินทางไปจังหวัดอื่นๆในประเทศไทยได้

 

วันที่ 0 หรือ 1: 

 

วันที่ 0 หรือ 1:

 

วันที่ 6–7:

 

Transfer Form

 

วันที่ 12-13: 

 

วันที่ 15 :

ตรวจเชื้อ
RT-PCRครั้งแรกที่สนามบินภูเก็ต

 

เช็คอินโรงแรม SHA +
หากผลตรวจเป็นลบผู้เดินทาง    สามารถเดินทาง     ท่องเที่ยวใน      จ. ภูเก็ต ได้

 

ตรวจเชื้อRT-  PCRครั้งที่ 2     หากผลตรวจเป็นลบ สามารถเดินทางไปยังพื้นที่อื่นได้

 

ได้รับ Transfer Form จากภูเก็ต เพื่อเดินทางไปพักในพื้นที่อื่นที่ได้รับ

 

    ตรวจเชื้อ        RT-PCR    ครั้งที่ 3

 

รับ
Release Form ได้ที่ระบบ PSAS และสามารถเดินทางไปยังพื้นที่อื่นๆในประเทศไทยได้


PhuketExtension

shaba   

SAMUI

 

เอกสารที่ต้องเตรียม

  1. หนังสือเดินทาง
  2. เอกสารรับรองการฉีดวัคซีนโควิด 19 โดยสำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีน 2 เข็มต่างบริษัท จะต้องมีระยะห่างตามที่บริษัทผู้ผลิตเข็มแรกกำหนด และต้องเป็นวัคซีนที่ได้รับการรับรองจาก WHO หรือกระทรวงสาธารณสุขไทย
  3. บัตรโดยสารเครื่องบินระหว่างประเทศ โดยต้องบินตรงจากต่างประเทศไปยังเกาะสมุย (สามารถเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิเพื่อไปเกาะสมุยได้ตามเที่ยวบินที่กำหนด
  4. เอกสารยืนยันการจองโรงแรม Samui Extra+ 7 วันแรก (เป็นอย่างน้อย)
    เอกสารยืนยันการจองโรงแรม SHA+ เกาะสมุย, เกาะพะงัน, เกาะเต่า สำหรับคืนที่ 8-14 ในกรณีที่ท่านเปลี่ยนโรงแรมที่พัก
  5. หลักฐานการชำระค่าตรวจโควิด-19 ล่วงหน้าตามจำนวนวันที่พักใน Sandbox Programme ทั้งหมด 3 ครั้ง (สำหรับพำนัก 14 คืน)
  6. ประกันสุขภาพที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในประเทศไทย รวมถึงโควิด-19
    ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ และครอบคลุมระยะเวลาที่พำนักในไทย

ผู้เดินทางจะต้องลงทะเบียนเพื่อขอรับหนังสือเดินทางเข้าประเทศไทย (Certificate of Entry – COE)
ทางเว็บไซต์ coethailand.mfa.go.th สำหรับชาวต่างชาติจะต้องมีการตรวจลงตรา (วีซ่า) ก่อนทำการลงทะเบียน COE หากชาวต่างชาตินั้นไม่ได้เดินทางเข้าประเทศไทยโดยใช้สิทธิการได้รับยกเว้นการตรวจลงตรา (วีซ่า)

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ขั้นตอนการดำเนินการขอ COE

เมื่อเดินทางถึงจุดหมายปลายทาง

  1. ติดตั้งระบบติดตามหรือ application ตามที่กำหนด เช่น ThailandPlus
  2. เดินทางจากสนามบินเกาะสมุยไปยังโรงแรม Samui Extra+ โดยรถของโรงแรมที่จองไว้แล้ว
  3. เข้ารับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ตามวันที่กำหนด จำนวน 3 ครั้ง (กรณีอยู่ในพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า 14 วัน) โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
  4. ต้องอยู่ในพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่าไม่น้อยกว่า 14 วัน จึงจะสามารถเดินทางไปจังหวัด ๆ ได้

 

วันที่ 0 หรือ 1: 

 

วันที่ 1-3:

 

วันที่ 4–7:

 

วันที่ 7

 

วันที่ 8-14: 

 

วันที่ 15 :

เช็คอินโรงแรม Samui Extra+ พร้อมเข้ารับการตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR และรอผลตรวจ ณ ห้องพัก

 

 

หากมีผลตรวจเป็นลบ สามารถทำกิจกรรมนอกห้องพักในพื้นที่ที่กำหนดในบริเวณโรงแรม

 

เดินทางในเกาะสมุยได้ในเส้นทางที่กำหนด

 

เข้ารับการตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR ครั้งที่ 2 ณ โรงแรมที่พัก

 

 

 

เช็คอินโรงแรม SHA+ และรอผลตรวจ หากผลตรวจเป็นลบ สามารถเดินทางในพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่าได้

 

 

สามารถเดินทางไปยังจังหวัดอื่นๆ ได้

 

samui_sb_entry_th